แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคในการซ่อมบำรุงดูแลรักษารถ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิคในการซ่อมบำรุงดูแลรักษารถ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเอง...

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557


เมื่อมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเรา น้ำมันเครื่องเริ่มหมดประสิทธิภาพ ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะไปช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ออกไป ทีนี้เราจะรู้ได้ไงว่าควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหน วิธีการดูว่าควรเปลี่ยนตอนไหนนั้นขึ้นอยู่กับน้ำมันเครื่องที่เราใช้ บางรุ่นก็สองสามพันกิโลค่อยเปลี่ยน บางรุ่นก็พันกิโลก็เปลี่ยนได้แล้ว ต้องถามร้านที่ขายว่ากี่กิโลควรเปลี่ยน ทีนี้ก็ไปถึงขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแบบง่ายๆด้วยตัวเอง สิ่งที่เราต้องมีคือคีมสำหรับคีบบิดเปิดฝาจุกที่เติมน้ำมันเครื่อง ประแจเบอร์ 17 และก็ที่รองน้ำมันเครื่องเก่า และที่สำคัญคือน้ำมันเครื่องใหม่ที่เราจะนำมาเติมนั่นเอง


ขั้นแรกให้เราใช้คีมบิดเปิดฝาจุกสำหรับเติมน้ำมันเครื่อง โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา


พอคีมหมุนออกมาได้แล้ว เริ่มหมุนง่ายแล้วก็ใช้มือบิดเปิดฝาจุกออกมา ตรงฝาจุกนี้จะมีแท่งขีดวัดระดับมาตรฐานของน้ำมันเครื่องด้วย


จากนั้นให้ก้มลงไปมองใต้เครื่อง จะมีน๊อตที่ปิดตัวเครื่อง ไว้สำหรับเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องจะออกทางนี้นะครับ..


ให้ใช้ประแจเบอร์ 17 หมุนน๊อตตัวนี้ออกมา โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกา ที่สำคัญ ก่อนที่จะหมุนน๊อตออกให้หาภาชนะสำหรับมารองน้ำมันเครื่องเก่าไว้ด้วยนะครับ


พอหมุนออกมาแล้วให้ทำความสะอาดน๊อตรอใส่ปิดกลับไปตอนน้ำมันเครื่องไหลออกหมดแล้ว


รอสักพักจนน้ำมันเครื่องไหลออกมาจนหมด 


หมุนน๊อตปิดเข้าไปใต้ท้องเครื่องเหมือนเดิม ขันให้แน่นพอตึงมือ


เทน้ำมันเครื่องใหม่ที่เตรียมมาเข้าไปตรงช่องสำหรับใส่น้ำมันเครื่องด้านบน ใช้ฝาจุกวัดระดับดูพอน้ำมันถึงขีดมาตรฐานแล้วก็หมุนจุกปิดพอตึงมือ


แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องด้วยตัวเองแบบง่ายๆจากนั้นก็เก็บทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วก้ไปลองเครื่องเจ้ามอเตอร์ไซค์คู่ใจกัน..






read more “วิธีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ด้วยตัวเอง...”

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

การเลือกลายยางมอเตอร์ไซค์ให้เข้ากับการขับขี่และความต้องการของผู้ขับ

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557


ยางและลายของยางนั้นสำคัญมากในการขับขี่ เพราะคุณสมบัติของยางนั้นมีหลากหลาย ถ้าหากคุณเลือกลายยางให้เข้ากับความต้องการได้ การขับขี่ของคุณก็จะง่าย และไม่มีปัญหามาคอยกวนใจ วันนี้ Tangmocy เลยนำแบบลายยางต่างๆและคุณสมบัติของยางมาฝากครับ

ลายยางที่เหมาะกับรถวิ่งในเมือง


ลายยางสำหรับขาลุย


ลายยางสำหรับคนชอบเดินทางไกล


ลายยางสำหรับถนนธรรมดา


ลายยางสำหรับรถความเร็วสูง เน้นการเดินทาง


ลายยางสำหรับรถความเร็วสูง เน้นการใช้ความเร็ว


ลายยางสำหรับนักซิ่ง วิ่งถนนแห้ง


ยางสลิคแกะดอกชัดๆ


ลายยางยอดนิยมทั่วไป


read more “การเลือกลายยางมอเตอร์ไซค์ให้เข้ากับการขับขี่และความต้องการของผู้ขับ”

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีการปะยางมอเตอร์ไซค์ง่ายๆ...

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556



วิธีการปะยางมอเตอร์ไซค์
1.ถอดล้อมอเตอร์ไซค์ข้างที่รั่วออกมา
2.งัดยางนอกแล้วเอายางในออกมา
3.สูบลมแล้วนำไปจุ่มน้ำหารอยรั่ว
4.ใช้ตะไบหรือกระดาษทรายขัดรอยรั่วให้เรียบ
5.ใช้สติมปะยาง หรือยางในเก่าตัดพอดีก้อได้ ถ้าใช้ยางในเก่าต้องขัดด้วยตะใบให้ผิวเรียบเหมือนกัน
6.นำกาวไปทาที่ยางในบริเวณที่รั่วให้ทั่วแผล
7.พอกาวแห้งหมาดๆนำสติมหรือยางในไปแปะแล้วรีดไล่อากาศออกให้หมด
8.ปล่อยไว้สัก 3 นาที นำไปสูบลม จุ่มน้ำดูว่ารั่วหรือไม่ จากนั้นปล่อยลมออก
9.นำยางในใส่ในล้อเหมือนเดิม ประกอบล้อ สูบลม เป็นอันเสร็จ ดูตามคลิปได้เลยครับ


<iframe width="100%" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/NzQwNTRuPD8?feature=player_detailpage" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>
read more “วิธีการปะยางมอเตอร์ไซค์ง่ายๆ...”

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การตีปลอกลูกสูบ

วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2555


การตีปลอก คือ การ ขยายปลอกสำหรับใส่ลูกสูบ ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้สามารถรับกับลูกสูบที่มีขนาดใหญ่ ขึ้นแต่ไม่เกิน 60 มิลลิเมตร (สำหรับรถสายพาน)เพราะ แคร้งเครื่องมีความกว้างแค่ 60 มิลลิเมตร ถ้าจะยัดลูกที่มีขนาดใหญ่กว่า 60 มิลลิเมตร ต้องทำการระเบิดแคร้ง เครื่อง เพื่อไม่ให้ กระโปรงลูกสูบ ชนกับ แคร้ง

การตีปลอก คือการเอาปลอกของเสื้อสูบที่เป็นเหล็ก ที่อยู่ด้านในของเสื้อสูบ จะตีปลอกก็ต่อเมื่อ คว้านลูกจนเหลือปลอกบางน้อยกว่า 1มิลลิเมตร วัดตรงที่ออกมานอกเสื้อสูบ(ส่วนที่เข้าในแครง) เพราะถ้าปลอกบางมากเวลาลูกสูบเลื่อนลงต่ำสุด ขณะเครื่องยนต์ทำงานจะเกิดความร้อนทำให้ปลอกที่บางเปลี่ยนรูป ทำให้ลูกติด หลังจากนั้นปลอกจะแตก เมื่อปลอกแตกจะ ไม่มีปลอกประครองลูก ทำให้ลูกแตก การยัดลูกคือการใส่ลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น แต่ปลอกล่างต้องไม่บางมาก เพราะถ้าบางมาก ไม่คุ้ม ปลอกอาจจะแตก ลูกอาจจะพังได้

ส่วน แคร์งเมื่อตีปลอกใหญ่กว่าของเดิม ให้วัดความกว้างของแคร์ง ใหญ่กว่าขนาดปลอก 0.5-1.0 มิล เพื่อให้ปลอกเสื้อสูบล่างเขาไปในแคร์งได้ เช่น ปลอกมีขนาด 60 แคร์ง 60.5-61 มิล โดยทั่วไปเสื้อสูบติดรถจะทำปลอก หนา สามารถใส่ลูก สูบใหญ่กว่าเดิมประมาณ 2 มิล เช่นลูกสูบ STD = 50 มิล ยัดลูก 53 มิล เป็นระยะที่ปลอดภัย ปลอกไม่แตก ลูกไม่ติด ส่วนใน2 จังหวะ คว้านได้ไม่เกิน ลูกไซค์ 300 เฉพาะ บางรุ่นปลอกที่เข้าในแคร์งจะหนา แต่ตรงรู พอท์ไอดีจะบาง โดยมากเวลาตีปลอกใหม่



read more “การตีปลอกลูกสูบ”

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน E20 GASOHOL

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
ความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน E20 GASOHOL
E20 คือน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วผสมกับเอทานอลซึ่งเป็นแอลกอฮอล์
บริสุทธิ์ 99.5% ในอัตราส่วน เบนซิน 80 : เอทานอล 20 ได้เป็นน้ำมัน
E 20 ออกเทน 95 ตามมาตรฐานของกระทรวงพลังงาน

E20 ใช้กับเครื่องยนต์แบบไหน



E20 ใช้ได้กับเครื่องยนต์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้ E 20 โดยรถที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E 20 ได้ยังสามารถใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ได้อีกด้วย

เอทานอล ใน E20 ทำจากอะไร



E20 มีส่วนผสมของเอทานอลที่ผลิตได้เองจากพืชผลเกษตรในประเทศถึง 20% (มันสำปะหลัง) ซึ่งพลังงานชีวภาพเหล่านี้ช่วยลดมลพิษจาก การเผาไหม้ โดยลดคาร์บอนไดออกไซด์ และสารไฮโดรคาร์บอนลงจึง ลดการเกิดภาวะโลกร้อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ E20


1.สมรรถนะของเครื่องยนต์เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันเบนซิน
- ด้วยสาดดดส่วนของเอทานอลที่เพิ่มขึ้นเป็น 20% ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ทำให้เครื่องยนต์ สะอาดขึ้น กำลังของเครื่องยนต์ และแรงบิดจึงมีประสิทธิภาพดีขึ้น
- อัตราเร็วสูงสุดใกล้เคียงกับการใช้น้ำมันเบนซิน
2.รถรุ่นไหนบ้างที่ใช้ E20 ได้
ในเบื้องต้นจะมีรถยนต์แก๊สโซฮอล์ E 20 จำหน่ายในปี 51 ประมาณ 60,000คัน
จาก 5 ยี่ห้อ (ข้อมูลจากบริษัทรถยนต์ ณ วันที่ 20 ธันวาคม 2550)
- Ford : Focus ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2005, Escape 3.0 L ตั้งแต่ปี 2005
- Honda : Accord, CR-V, Civic, City รุ่นปี 2008
-Mazda : Mazda 3
- Mitsubishi: New Space Wagon minor change
- Nissan : Tiida, Teana รุ่นปี 2008
- Toyota : Camry, New Altis, New Vios รุ่นปี 2008
3.รถที่ใช้แก๊สโซฮอล์ อยู่ในปัจจุบันจะเปลี่ยนไปใช้ E 20 ได้หรือไม่
รถที่จะใช้ E 20 ได้ ต้องเป็นรถที่ออกแบบมาเฉพาะ โดยมีการพัฒนาอุปกรณ์บางอย่างในระบบน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสม เพื่อรองรับส่วนผสมของเอทานอลที่สูงกว่าร้อยละ 10
ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณเอทานอลที่สูงขึ้นเป็นร้อยละ 20 ในแก๊สโซฮอล์ E 20 นั้น จะส่งผลถึงความสามารถในการกัดกร่อนยาง และโลหะ หรือทองแดง ในระบบเก็บส่งน้ำมันในเครื่องยนต์
จากการศึกษาพบว่าชิ้นส่วนที่สัมผัสกับน้ำมันโดยตรง เช่น ถังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน หัวฉีด คาบูเรเตอร์ ที่ทำจากโลหะ ทองเหลือง ทองแดง ยาง พลาสติก รวมถึงระบบสมองกล ECU จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
ปัจจุบันมีค่ายรถยนต์เพียงรายเดียวที่ออกแบบชิ้นส่วนให้รองรับการใช้ E 20 ได้แก่ ฟอร์ด โฟกัส โดยปรับเปลี่ยนโลหะบางชนิดมาใช้สเตนเลสแทน ซึ่งทนทานกว่า และคาดว่าในปีนี้ค่ายรถยนต์อื่นๆ จะเปิดตัวรถยนต์ที่รองรับการใช้ E 20 หลังรัฐบาลให้การสนับสนุนมาตรการด้านภาษีกับรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E 20 ในปี 2551


มาตรฐานน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20



ตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงานเรื่อง กำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ พบว่าคุณภาพของน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E 20 นั้น แทบจะไม่ได้แตกต่างจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E10 มีค่าเพียง 3 ค่าที่แตกต่างกันคือ 1. อุณหภูมิการกลั่น 2. ความดันไอสูง 3. ปริมาณผสมเอทานอล

ประโยชน์ของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E 20 ต่อผู้บริโภค



1. ผู้บริโภคได้ใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 95 ในราคาถูกลงกว่าลิตรละ 5 บาท
2. ราคารถยนต์ที่ใช้ E20 ถูกลงจากการลดภาษีสรรพสามิตประมาณคันละ 5 หมื่น -1 แสนบาท

ข้อดีของการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์



1. การเผาไหม้ของ E 20 สมบูรณ์กว่าน้ำมันเบนซินปกติ จึงช่วยเพิ่มกำลังและ แรงบิดของเครื่องยนต์
2. การใช้แก๊สโซฮอล์ E 20 ช่วยลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกกว่าร้อยละ 30
3. ช่วยพยุงราคาพืชผล(มันสำปะหลัง) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเอทานอล
4. ลดการนำเข้าน้ำมันเบนซิน

ปัญหาจาก E20



เนื่องจาก เอทานอลคือแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ มีคุณสมบัติเด่นที่ต่างจากน้ำมันเบนซิน เช่น จุดเดือดของแอลกอฮอล์จะต่ำกว่าน้ำมันทำให้มีแรงดันไอมากกว่า ซึ่งจะมีปัญหากับรถบางรุ่น โดยเฉพาะรถรุ่นเก่าที่ใช้คาร์บิวเรเตอร์ ที่มีถังน้ำมันติดตั้งห่างจากตัวเครื่องยนต์มากเกินไป หรือรถยนต์ที่มีขนาดของท่อเชื้อเพลิงที่เล็กเกินไป อาจมีผลทำให้แอลกอฮอล์ที่อยู่ในท่อเชื้อเพลิงเปลี่ยนสภาพจากของเหลวเป็นไอได้ง่าย เนื่องจากความฝืดของท่อมีมาก ส่งผลให้การหมุนของเครื่องยนต์มีความเร็วรอบไม่สม่ำเสมอ เครื่องจะกระตุกหรือดับในบางช่วง
นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังมีคุณสมบัติการกัดกร่อนสูง ยิ่งสาดดดส่วนของแอลกอฮอล์ในน้ำมันมากขึ้นจะยิ่งเพิ่มคุณสมบัติการกัดกร่อนให้เพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งสามารถกัดกร่อนยาง พลาสติกบางชนิด และโลหะประเภททองเหลือง ทองแดง และอาจส่งผลให้ท่อส่งน้ำมันไปจนถึงถังน้ำมันเกิดการผุกร่อนจนทะลุได้ภายในระยะเวลาประมาณ ครึ่งปี – 1 ปี
สำหรับผู้ที่ใช้ แก็สโซฮอล์ E10 แล้วยังมีปัญหา ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ใช้รถที่มักจะจอดรถทิ้งไว้นานๆ ไม่ได้ใช้รถเป็นประจำ ทำให้แอลกอฮอล์กับน้ำมันเกิดการแยกตัวออกจากกันเพราะ ทิ้งไว้เป็นเวลานานเกินไป แอลกอฮอล์ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าจะลอยอยู่ด้านบน
เมื่อมีการใช้รถ เชื้อเพลิงที่ถูกสูบเข้าไปในห้องเครื่องจะไม่ใช่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ แต่จะเป็นแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงมากหรือเทียบได้กับการใช้แอลกอฮอล์ล้วน ๆ เป็นเชื้อเพลิง ทำให้เกิดปัญหากับระบบเผาไหม้ของเครื่องยนต์
read more “ความรู้เกี่ยวกับน้ำมัน E20 GASOHOL”

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วิธีการดูแลรักษายางรถจักรยานยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554
เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วนะครับ และแดดหน้าหนาวแรงมากครับ มีผลให้ยางรั่วได้ง่ายๆครับ วันนี้ผมมีวิธีการดูแลรักษายางแบบเจ๋งๆมาเสนอครับ
วิธีการดูแลรักษายางรถจักรยานยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ
ยาง เป็นอุปกรณ์ส่วนควบที่มาพร้อมกับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ซึ่ง ยาง มีความสำคัญด้านความปลอดภัยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ระบบเบรก ที่ว่า ยาง มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากยางรถจักรยานยนต์ทุกเส้น ต้องทำหน้าที่อันหนักอึ้ง เพราะยาง เป็นส่วนที่ต้องแบกรับน้ำหนักของรถจักรยานยนต์ และผู้ขับขี่

ยางต้องสัมผัสพื้นผิวถนนในสภาพต่างๆ ตลอดเวลา ดังนั้นจึงน่าจะกล่าวได้ว่า หากผู้ใช้รถจักรวานยนต์ปราศจากการดูแล หรือสร้างความเข้าใจเรื่องของ ยาง โอกาสการเกิดอุบัติเหตุย่อมมีสูงตามไปด้วย ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนจึงควรใส่ใจ และให้ความสำคัญกับยางที่อยู่คู่กับรถจักรยานยนต์ เพื่อความปลอดภัยขึ้นพื้นฐานที่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนควรพึงได้รับ
เห็นยางผิดปกติ รีบซ่อมด่วน
หากยางรถจักรยานยนต์ เกิดแฟบแบนลง สังเกตได้จากการมอง ซึ่งจะมาจากสาเหตุใด ควรรีบตรวจสอบและทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน หรือหารอยรั่วเพื่อทำการปะปิดรอยรั่วนั้นๆ หรือในบางกรณีต้องเปลี่ยนยางเส้นใหม่ หากมองว่ายาง ไม่อาจสร้างให้เกิดความปลอดภัยระหว่างการใช้งานได้ โดยเฉพาะยางที่มีอายุเกินกว่า 2 ปีขึ้นไปหรือยางที่ได้ได้ใช้งานนานๆ หรือรถที่จอดแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน

ดูลมยาง หลีกหนีความเสี่ยง
ลมยาง เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ยางเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการยึดเกาะถนน และการเติมลมยางให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ยางเกิดความอ่อน หรือ แข็งมากเกินไปจากการคาดเดาด้วยความรู้สึกส่วนตัว ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกคนสามารถตรวจสอบ ลมยาง ควรเติมในอัตราส่วนเท่าไหร่ จากคู่มือประจำรถจักรยานยนต์ที่ใช้อยู่ เพราะรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อนั้นจะมีอัตราการเติมลมยางระดับมาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตรถจักรยานยนต์

กรณีเป็นรถจักรยานยนต์เก่า ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเติมลมยางได้ผู้ใช้สามารถยึดหลักมาตรฐานเดิมคือ ยางหน้า ต้องแรงดันลมอยู่ที่ 29 ปอนด์ / ตารางนิ้ว และยางหลัง 33 ปอนด์ / ตารางนิ้ว การเติมลมยางอ่อน มีโอกาสยางจะระเบิดได้ระหว่างการขับขี่ เนื่องจากเกิดการเสียดทานอย่างรุนแรงของยางในกับยางนอก และขอบกระทะล้อ ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายต่อผู้ใช้รถจักรยานยนต์อย่างมาก
เพิ่มลมยางอีกนิด หากคิดเดินทางไกล
เมื่อต้องขับรถทางไกลเป็นเวลานาน หรือใช้ความเร็วสูง ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ควรเพิ่มแรงดันลมของยาง จากมาตรฐานขึ้นอีกราว 3-4 ปอนด์ ซึ่งจะทำให้ความร้อนภายในลมยางลดลง ทำให้การขับขี่เกิดปลอดภัยมากขึ้น กรณียางใหม่ควรตรวจเช็คลมยางบ่อย ยางใหม่ช่วงแรกๆ จะมีการขยายตัวของโครงสร้างยาง ทำให้ความดันลมอาจลดต่ำกว่าปกติจึงควรตรวจเช็คลมยางให้บ่อยครั้งกว่าเดิมเล็กน้อย
หมั่นเช็คลมยาง
การตรวจเช็คและปรับแต่งลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐานมีความสำคัญ การตรวจเช็คลมยางไม่ควรทำขณะที่ยางมีอุณหภูมิสูง หรือควรจอดรถทิ้งไว้สักระยะก่อนที่จะทำการตรวจเช็คลมยาง กรณีเดียวกับเติมลมยางต้องรอให้ยางเกิดความเย็นลงก่อนและต้องเติมลมยางให้อยู่ในระดับมาตรฐานจากคู่มือรถเสมอ
อย่าตกใจเมื่อแรงดันลมยางสูง
รถจักรยานยนต์ที่วิ่งติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ ยางจะเกิดความร้อนและลมยางจะมีแรงดันลมเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ห้อมปล่อยลมยางอย่างเด็ดขาด เพราะเมื่อยางปรับอุณหภูมิปกติแรงดันภายในยางจะกลับอยู่ในสภาพปกติ ซึ่งหากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทำการปล่อยลมยางระหว่างยางเกิดความร้อนเมื่อยางเย็นลง แรงดันลมจะลดตามจนอาจสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในระหว่างการขับขี่ในช่วงต่อไป

ขอบคุณที่มา
http://www.drivingbike.com/blog/view_blog.php?id=1
read more “วิธีการดูแลรักษายางรถจักรยานยนต์ให้ใช้งานได้นานๆ”

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วิธีการดูแลหม้อน้ำ HONDA CLICK

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

การดูแลหม้อน้ำสำหรับผู้ขับขี่ฮอนด้าคลิก


วิธีการดูแลรักษาหม้อน้ำนั้นไม่ยากเลยน่ะครับ บางท่านอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยาก จริงๆเราสามารถดูแลได้ด้วยตนเอง ได้ง่ายเหมือนดูแลหม้อหุงข้าวที่บ้านนะครับ เริ่มจากเข้าใจการทำงาน ก่อนน่ะครับ
การทำงานของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ
อธิบายก่อนว่าในขณะที่เราขับขี่ตั้งแต่เริ่มขับจนถึงจุดหมายนั้น อุณหภูมิควรที่จะคงที่ ในที่นี้หมายถึง เมื่อเครื่องเย็น จึงควรจะต้องมีการอุ่นเครื่องก่อนการใช้งาน เพื่อให้ทุกชิ้นส่วนของเครื่องยนต์พร้อมใช้งาน และเมื่อเครื่องร้อนจึงต้องมีการระบายความร้อนที่เพียงพอเพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย จากอุณหภูมิที่สูงเกินไป จะอธิบายระบบดังนี้

1.เมื่อเครื่องเย็น


วิธีการดูแลหม้อน้ำ HONDA CLICK

ตัวเทอร์โมสตัทจะตัดการไหลเวียนของน้ำ น้ำจึงยังไม่ไหลเวียนในตอนเครื่องเย็นอุณหภูมิจึงสูงขึ้นเร็วพร้อมใช้งานและทำให้เครื่องยนต์มีกำลังคงที่ อัตราเร่งดี

2.เมื่อเครื่องร้อน



วิธีการดูแลหม้อน้ำ HONDA CLICK เมื่อเครื่องร้อน

ตัวเทอร์โมสตัทจะปล่อยให้น้ำไหลวน ปล่อยให้น้ำไหลจากปั้มน้ำผ่านเสื้อสูบ ฝาสูบ ไหลผ่านเทอร์โมสตัท จึงทำให้อุณหภูมิลดลง แรงม้าคงที่ กำลังไม่ตกขณะที่ความเร็วสูง

วิธีการดูแลรักษาหม้อน้ำมอเตอร์ไซค์ HONDA CLICK



1.ตรวจสอบระดับน้ำยาหล่อเย็น
โดยตั้งรถด้วยขาตั้งคู่ตรงที่มีแสงสว่างน่ะครับ จากนั้นมองผ่านช่องข้างๆของเปลือกพลาสติกด้านขวา เขย่ารถเบาๆจะเห็นการกระเพื่อมของน้ำยาหล่อเย็น


วิธีการตรวจสอบระดับน้ำยาหล่อเย็นHONDA CLICK



ถ้าระดับต่ำกว่า Lowerให้เติมน้ำยาเพิ่ม ใต้เบาะ

วิธีการเติมน้ำยาหล่อเย็นHONDA CLICK




การปิดฝาปิดถังน้ำสำรองดูเหมือนง่ายน่ะครับ แต่จริงๆยากนิดครับ มันแน่น ต้องดันให้อ้าออกแล้วค่อยกดลงไปครับ

แค่นี้ครับ เป็นวิธีการที่ง่ายมากในการดูแลหม้อน้ำด้วยตนเองครับ
read more “วิธีการดูแลหม้อน้ำ HONDA CLICK”

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เบอร์ซี่ลวด มาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
เบอร์ซี่ลวด มาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์
เบอร์ซี่ลวด จะบอกความหมาย 2 อย่าง ทั้งขนาดและความยาว ดังนี้ เช่น
เบอร์ 10×157 หมายความว่า ความโตของซี่ลวดเบอร์ 10 และความยาวซี่ลวด 157 มิลลิเมตร
*** บ้างท่านคงเคยได้ยินซี่ลวดเบอร์ 8 และ 9 ด้วย ซึ่งขนาดของเบอร์ที่ น้อยจะโตกว่าเบอร์ที่มาก เช่น
เบอร์ 8 จะโตกว่าเบอร์ 9 และ เบอร์ 9 จะโตกว่าเบอร์ 10 เป็นต้น
เมื่อทุกท่านได้ทราบความหมายของ ตัวเลขเบอร์ซี่ลวดแล้ว ผมจะแสดงรายละเอียดเบอร์ซี่ลวดของรถมอเตอร์ไซค์ แต่รุ่นดังนี้ครับ
Honda
Honda C70(หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
Honda Dream (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
Honda Smile (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
Honda Nova (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161

Honda Cela (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda Tena (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda Dash (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda Beat (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda LS125 (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda Sonic (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 161
Honda Wave100 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
Honda Wave100 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
Honda Nice-Ubox (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
Honda Wave125 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
Honda Wave125 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
Honda Nice125 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
Honda Dream125 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
Honda Dream125 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
Honda Click (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
Honda Click (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 129
Honda Click (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 120 หลัง 87
Honda Click (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 129
Honda AirBlade (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
Honda AirBlade (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 129
Honda Scoopy (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
Honda Scoopy (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 129

YAMAHA
YAMAHA Y80 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
YAMAHA Y100 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
YAMAHA Y111 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
YAMAHA BELLE100 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 157
YAMAHA BELLE-R (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
YAMAHA JR120 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 16 นิ้ว) หน้า 168 หลัง 143
YAMAHA JR120S (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 16 นิ้ว) หน้า 168 หลัง 143
YAMAHA JR120 (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
YAMAHA JR120S (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 157
YAMAHA MIO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
YAMAHA MIO (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 120 หลัง 87
YAMAHA MIO (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 157 หลัง 120
YAMAHA MIO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 120
YAMAHA NOUVO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 16 นิ้ว) หน้า 149 หลัง 139
YAMAHA NOUVO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 120
YAMAHA FINO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
YAMAHA FINO (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 184 หลัง 120

SUZUKI
SUZUKI FR80 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI RC80 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI RC100 (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI SPRINTER (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI CRYSTAL (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI ROYAL (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI VIVA (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI VIVA (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI SMASH (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI SMASH (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI BEST (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 161 หลัง 161
SUZUKI BEST (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI AKIRA (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI AKIRA-RR (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI RAIDER (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI RAIDER (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI STINGER (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI STINGER (หน้าดิส หลังดิส)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 161
SUZUKI STEP (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 120 หลัง 87
SUZUKI STEP (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 14 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 87
SUZUKI STEP (หน้าดรั้ม หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 129 หลัง 120
SUZUKI STEP (หน้าดิส หลังดรั้ม)(วงล้อ 17 นิ้ว) หน้า 172 หลัง 120
read more “เบอร์ซี่ลวด มาตรฐานของรถมอเตอร์ไซค์”

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

การเลือกใช้ ขนาดสเตอร์หน้า,หลัง และความยาวโซ่ ของรถมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะสม

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

ขนาดสเตอร์หน้า,หลัง และความยาวโซ่ ของรถมอเตอร์ไซค์ นับเป็นค่ามาตรฐานที่สำคัญสำหรับรถอีกอย่างหนึ่งที่จำเป็นต่อการบำรุงรักษารถเหมือนกันก็เลยลองไปค้นคว้าหาและรวบรวมมาครับเผื่อจะเกิดประโยชน์ครับ
สำหรับรถ มอเตอร์ไซค์ Honda ครับ
Honda Dream-Excess สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 36 โซ่ 428/100
Honda Dream-New สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 36 โซ่ 428/98
Honda Dream-125 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 35 โซ่ 420/104
Honda Wave100 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 36 โซ่ 428/100
Honda Wave110 สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 36 โซ่ 428/100
Honda Wave125 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 34 โซ่ 420/104
Honda Wave125i สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 34 โซ่ 420/104
Honda Nice100 สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 37 โซ่ 428/100
Honda Nice110 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 34 โซ่ 428/100
Honda Sonic125 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 42 โซ่ 428/116
Honda CBR150 สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 44 โซ่ 428/124
Honda Phantom200 สเตอร์หน้า 13 สเตอร์หลัง 41 โซ่ 520/116
Honda Click สายพาน V-belt
Honda AirBlade สายพาน V-belt
Honda Smile สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 40 โซ่ 428/120
Honda Nova-RS สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 38 โซ่ 428/112
Honda Nova-RS Super สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 38 โซ่ 428/126
Honda Tena สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 38 โซ่ 428/118
Honda Dash สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 40 โซ่ 428/126
Honda Beat สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 42 โซ่ 428/126
Honda LS125R สเตอร์หน้า 15 สเตอร์หลัง 40 โซ่ 428/124
Honda FSX150 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 39 โซ่ 520/108
Honda NSR150RR สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 39 โซ่ 520/108
Honda NSR150SP สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 40 โซ่ 520/108
Honda Phantom150 สเตอร์หน้า 14 สเตอร์หลัง 41 โซ่ 520/114
read more “การเลือกใช้ ขนาดสเตอร์หน้า,หลัง และความยาวโซ่ ของรถมอเตอร์ไซค์ ที่เหมาะสม”

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

ระยะเวลาในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทำตอนไหนดีที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์
การที่เราจะต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องนั้นควรทำตอนที่น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ การเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องก็คือการที่ฟิลม์น้ำมันถูกทำลาย ไม่สามารถยึดเกาะผิวโลหะในเครื่องยนต์เพื่อหล่อลื่นเครื่องยนต์ได้ตามปกติ
โดยการเสื่อมสภาพของน้ำมันเครื่องนั้นเกิดจาก
1.การเสื่อมสภาพตามระยะทาง เกิดจากน้ำมันเครื่องผ่านการใช้งาน แล้วมีเศษฝุ่นละอองเกาะรวมไปกับฟิลม์น้ำมันเป็นจำนวนมาก
ทำให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์ทำได้ไม่ดี เหมือนตอนใหม่ๆที่ไม่มีเศษฝุ่นละออง จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง
อาจจะเป็น 3,000-4,000 หรือ 10,000 กม. ซึ่งแล้วแต่ประเภทของน้ำมัน และเครื่องยนต์นั้นๆ
2.ส่วนการเสื่อมสภาพตามระยะเวลา เกิดจากอุณหภูมิที่แตกต่างของอากาศภายในเครื่องยนต์ กับอากาศภายนอกเครื่องยนต์
เมื่อถึงอุณหภูมิที่พอเหมาะ จะทำให้เกิดการควบแน่นเกิดเป็นละอองน้ำภายในเครื่องยนต์ และปนไปในน้ำมันเครื่อง
น้ำที่ปนไปนั้นมีสูตรของเคมีคือ H-2-O คือ ไฮโดรเจน 2 อะตอม รวมกับ ออกซิเจน 1 อะตอม กลายเป็นน้ำหนึ่งโมเลกุล
และเมื่อ ออกซิเจน ทำปฎิกริยากับเหล็กอย่างช้าๆ โดยมีไอน้ำเป็นตัวร่วม ทำให้เหล็กเป็นสนิม
ซึ่งระยะเวลา 6 เดือน ก็นานพอสมควร ที่จะทำมีปริมาณละอองน้ำมากเกินไป จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะเวลาด้วย
read more “ระยะเวลาในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทำตอนไหนดีที่สุด”

รถแต่งอัพเดท